Stem Cell Growth Factors คืออะไร?
- 4 ก.พ. 2561
- ยาว 1 นาที

ปัจจุบันนี้ ได้มีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า และถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการความงาม คือการนำ “สเต็มเซลล์” ซึ่งเป็น “เซลล์ต้นกำเนิด” จากสิ่งมีชีวิตที่สามารถแบ่งตัวสร้างเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะต่าง ๆ มาใช้ต่อยอดงานวิจัยในเครื่องสำอางบำรุงผิว สเต็มเซลล์ หรือ “เซลล์ต้นกำเนิด” คืออะไร
สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด คือ เซลล์ชนิดพิเศษพบได้ทุกช่วงเวลาของการเจริญเติบโตในสิ่งมีชีวิต สามารถแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัดและสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ได้เกือบทุกชนิดในร่างกาย เช่น เซลล์ผิวหนัง สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ และเซลล์เม็ดเลือด
หน้าที่ของสเต็มเซลล์ คือ การสร้างเซลล์ใหม่เพื่อมาทดแทนเซลล์เก่า สเต็มเซลล์สามารถแบ่งตัวให้เป็นทั้งตัวเองและเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้ ตัวอย่างเช่นสเต็มแซลล์ในผิวสามารถสร้างเซลล์ผิวใหม่หรือสามารถสร้างเซลล์ผิวชนิดอื่นได้เช่นกัน เช่น แซลล์เมลานิน ที่มีหน้าทื่สร้างสีผิว
“ทำไมสเต็มเซลล์ถึงสำคัญสำหรับสุขภาพของคนเรา”
เวลาที่เราบาดเจ็บหรือป่วย เซลล์ของเราก็บาดเจ็บหรือตายด้วย เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขื้น สเต็มเซลล์ก็จะเตรียมพร้อมทำหน้าที่ซ่อมแซมบาดแผล และสร้างแซลล์ใหม่เพื่อมาทดแทนแซลล์เก่าที่ตายไปตามเวลา ดังนั้น สเต็มเซลล์ จึงทำหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้เราแก่ก่อนอายุ มีลักษณะพิเศษที่สำคัญ 3 ประการ
Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิด สามารถแบ่งตัวเองขึ้นใหม่ได้ Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิด สามารถเปลี่ยนตัวเองไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ สเต็มเซลล์ มีกี่ชนิด อะไรบ้าง
เซลล์ต้นกำเนิดแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากตัวอ่อน Embryonic Stem Cells และ
เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากสิ่งมีชีวิตโตเต็มวัยมาเป็นสเต็มเซลล์ของผู้ใหญ่ Adult Stem Cells หรือจากเนื้อเยื่อ Tissue-Specific Stem Cells
คุณสมบัติของเซลล์ทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกัน เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ได้เกือบทุกชนิดในร่างกาย ยกเว้นเซลล์จากรกหรือสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือทารก (Cord Blood) จัดเป็นเสต็มเซลล์จากเนื่อเยื่อจำเพาะ (Tissue-Specific Stem Cells) ให้กำเนิดเซลล์เม็ดเลือด และเซลล์ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางชนิด แต่ไม่สามารถให้กำเนิดเซลล์ร่างกายได้ทุกชนิดเหมือนสเต็มเซลล์ของตัวอ่อน (Embryonic Stem Cells)
ส่วนเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวเต็มวัยสามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์เฉพาะ ในเนื้อเยื่อนั้นๆ เช่น
สเต็มเซลล์ของเลือด สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ปัจจุบันพบในเกือบทุกเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย ตั้งแต่เริ่มเกิดเนื้อเยื่อนั้น ๆ ในครรภ์จนถึงวัยชรา ไม่ว่าจะเป็น ไขกระดูก, กล้ามเนื้อ, สมอง, ผิวหนัง, ลำไส้ ซึ่งสเต็มเซลล์ที่พบในเนื้อเยื่อต่างกัน จะมีคุณสมบัติต่างกันทำให้กำเนิดเซลล์ร่างกายต่างชนิดกัน แต่ไม่สามารถให้กำเนิดเซลล์ร่างกายได้ทุกชนิดเหมือน Embryonic Stem Cell
Stem Cell Growth Factors ในผลิตภัณฑ์ลูมิเนส คืออะไร ใช้แล้วเห็นผลจริงเหรอ?
คำถาม : เทคโนโลยีนี้เป็นมายังไง?
คำตอบ : เขาดึงเอา Stem Cell ของคนจริงๆ ซึ่งเป็น Stem Cell ของคนโตเต็มวัย โดยเอามาจาก “ชั้นเนื้อเยื่อไขมัน” เพราะว่า Stem Cell ที่ได้มาจากชั้นเนื้อเยื่อไขมัน สามารถช่วยเรื่องของผิวพรรณได้โดยตรง เพราะฉะนั้น เมื่อดึง Stem Cell ออกมาแล้ว เขาก็จะเอาไปขยายพันธุ์ หรือเพาะเลี้ยงในห้องทดลองด้านนอก ทำให้เพิ่มจำนวนขึ้น จาก 1 เป็น 2 และเพิ่มจาก 2 เป็น 4 และเพิ่มจาก 4 เป็น 8 ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ “ทุกครั้งที่ Stem Cell แบ่งตัวขึ้นเรื่อยๆ มันจะคายสารทางชีวะเคมีที่เป็นประโยชน์ออกมาประมาณ 200 กว่าชนิด ซึ่งสิ่งนี้นักวิทยาศาสตร์เรียกกว่า “Growth Factors”
คำถาม : Growth Factors เอามาและใช้งานได้อย่างไร?
คำตอบ : เวลาจะเอามาใช้งานจริง เขาก็จะไปทำการปั่นแยกเอา Stem Cell ออกไป ให้เหลือไว้แต่ Growth Factors หรือที่เขามักเรียกกันว่า ”อาหารของ Stem Cell“ ซึ่งเมื่อเรานำมาใช้งาน เช่น ทาลงบนผิวหนัง อาทิเช่น ทาบริเวณท้องลาย หรือ ทาบริเวณหางตา, ใต้ถุงตา, ร่องแก้ม, หน้าผากที่มีริ้วรอย ผลคือจะทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้น กระชับขึ้น นั่นเป็นเพราะ Growth Factors ที่เราทาลงไป มันจะมีสารไปกระตุ้นในระดับชั้น Cell ให้ทำงาน ซึ่งในกรณีนี้สามารถใช้ได้กับผิวเซลล์มนุษย์ทุกคนไป Dr.Nathan Newman and http://www.nathannewmanmd.com/




























ความคิดเห็น